กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์เตีอนภัยพิบัติแห่งชาติ - National Disaster Warning Center
วันจันทร์ที่ 24 มิ.ย. 62 เวลา 20.25 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 3.8 ความลึก 8 กม. บริเวณพรมแดนประเทศเมียนมา – จีน ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 89 กม. ไม่มีผลกระทบต่อปร วันจันทร์ที่ 24 มิ.ย 62 เวลา 09.53 น. แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 7.3 ความลึก 216 กิโลเมตร บริเวณ Banda Sea ประเทศอินโดนีเซีย ห่างจากประเทศไทย 3,300 กิโลเมตร ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภ วันจันทร์ที่ 24 มิ.ย. 62 เวลา 08.05 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 6.๐ ความลึก 10 กม. บริเวณ Irian Jaya ประเทศอินโดนีเซีย ห่างจากประเทศไทย 4,100 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ศภช./ปภ. วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2562 เมื่อเวล า08.18 น. 23 มิ.ย. 62 แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 3.4 ความลึก 10 กม. บริเวณพรมแดนประเทศเมียนมา – จีน ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 99 กม. ไม่มี 17.42 น. 22 มิ.ย. 62 แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.0ความลึก 10 กม. บริเวณประเทศเวียดนาม ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของบ้านน้ำช้าง ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ประมาณ 260 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข วันพฤหัสบดีที่ 20 เวลา 00.24 น. 20 มิ.ย. 62 แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 6.2 ความลึก 10 กม. บริเวณอิเรียนจายา ประเทศอินโดนีเซีย ห่างจากประเทศไทย 4,000 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช. ปภ. วันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2562 เวลา 20.22 น. 18 มิ.ย. 62 แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 6.5 ความลึก 10 กม. บริเวณใกล้ชายฝั่งทางตะวันตกของเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น ห่างจากประเทศไทย 4,100 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไ เมื่อวันอังคาร ที่18 มิถุนายน 2562 เวลา 11.28 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.2 ความลึก 8 กม. บริเวณประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 175 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข

ข่าวสารและกิจกรรม

ข่าวประชาสัมพันธ์

กลุ่ม
1 2 3 4 5 ..
28/5/2562
กรมอุตุฯ ได้ประกาศว่าฤดูฝนได้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 20 เดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป การประกาศของกรมอุตุได้พิจารณาข้อมูลต่างๆประกอบกัน เช่น ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังพัดที่ชัดเจนต่อเนื่อง 3-4 วันขึ้นไป และมีฝนตกหนักบ้าง เบาบ้างกระจายทั่วไปติดต่อกันหลายวันและ ฯลฯ เป็นต้น
5/4/2562
จุดความร้อนบริเวณ 9 จังหวัด ทางภาคเหนือของประเทศไทย
4/4/2562
สรุปจุดความร้อน ที่ส่งผลกระทบให้เกิดหมอกควัน ไฟป่า ในจังหวัดภาคเหนือ วันที่ 2-3 เม.ย.2562
1/4/2562
ฤดูร้อนได้เริ่มต้นมาประมาณเดือนเศษแล้ว ผลก็คือทุกพื้นที่มีอุณภูมิสูงขึ้นจากที่เป็นอยู่ตั้งแต่ตอนฤดูปลายหนาว ความร้อนจากเครื่องมือวัดกับความร้อนจากความรู้สึกนั้นแตกต่างกัน ที่สำคัญคือความอบอ้าวหรือร้อนชื้นทำให้เหงื่อออกมากและไม่สบายตัว แม้ว่าอุณภูมิไม่สูงมาก แต่มีความอบอ้าว ก็จะทำให้รู้สึกร้อนมาก ความอบอ้าวโดยทั่วไปจะเกิดจากลมนิ่งและมีไอน้ำในอากาศมาก ทำให้การถ่ายเทความร้อนจากร่างกาย (เหงื่อ) ยากขึ้นกว่าปกติ การอยู่ในที่อับลมหรืออยู่ท่ามกลางแสงแดดจัดนานๆ จึงเสี่ยงที่จะเป็นลม ควรที่จะมีความระมัดระวังให้มาก แม้ว่าในช่วงต้นๆ จะไม่ค่อยรู้สึกผิดปกติก็ตาม น้ำในลำคลองหนองบึงก็เริ่มจะแห้งมาแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม จนถึงขณะนี้ลำน้ำบางสายก็แห้งขอด อ่างเก็บน้ำเล็ก ๆ ตลอดจนสระน้ำหัวไร่ปลายนา ก็มีน้ำเหลือน้อยเต็มที เว้นพื้นที่ที่เป็นแหล่งรวมของสายน้ำต่างๆ ที่ยังคงมีน้ำอยู่เป็นปกติในบางแห่ง ทั้งนี้รวมถึงพื้นที่ในเขตชลประทานที่ได้รับการจัดการน้ำให้ยังคงพอมีใช้ การใช้น้ำของประชาชนส่วนใหญ่แล้ว ใช้ไปในด้านการบริโภค – อุปโภค - ด้านการเกษตร การอุตสาหกรรม และด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการใช้น้ำก็ยังคงมีอยู่ต่อไปแม้จะประหยัดอย่างไร ความหมดเปลืองก็คงมีอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน เรากำลังย่างเข้า “หน้าแล้ง” คือมีน้ำไม่เพียงพอหรือไม่มีน้ำ หากฝนไม่ตกลงมาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว ความเสียหายอาจเกิดขึ้นแก่การเกษตร การอุตสาหกรรมขาดแคลนน้ำ ชาวบ้านไม่มีน้ำกินน้ำใช้ ต้นไม้ยืนต้นทิ้งใบ ป่าขาดความชุ่มชื้น ความร้อนจากผิวดินก็ทวีสูงขึ้น อากาศร้อนจัดขึ้นโดยเฉพาะช่วงเวลาตั้งแต่เก้าโมงเช้าจนถึงห้าโมงเย็น นั่นหมายถึงเราเข้าสู่สภาพของ “ภัยแล้ง” จากการคาดการณ์ล่วง หน้าภัยแล้งอาจเกิดขึ้นบางพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่สูงที่เป็นต้นน้ำลำธาร และพื้นที่ดอนที่ไม่มีการกักเก็บน้ำ ส่วนมากจะเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน ตลอดจนพื้นที่ที่มีการทำลายป่าเป็นวงกว้าง ขณะนี้ ดวงอาทิตย์กำลังโคจรกลับมาซีกโลกเหนือและเพิ่งจะผ่านเส้นศูนย์สูตรมาเมื่อ ๒๓ มีนาคม นี้เอง และกำลังผ่านพื้นที่แถบประเทศไทย ใน ๒๗ เมษายน นี้ เข้าใจว่าจะอยู่ตรงศีรษะ ในกรุงเทพฯ แสงอาทิตย์ส่องตรงเกือบตั้งฉากพลังแสงเข้มข้นที่สุด แผ่นดินดูดซับความร้อนเต็มที่ และก็กระจายความร้อนออกสู่อากาศเต็มที่เช่นกัน อากาศร้อนขึ้น เบาตัว หอบเอาไอน้ำลอยขึ้นสูง กระทบความเย็นด้านบนหรือกระทบมวลอากาศเย็น ไอน้ำกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ (หรือลูกเห็บ) ตกลงมาเป็นฝน ประกอบกับการแปรปรวนของอากาศร้อน ก็จะเกิดลมกระโชกแรง ฟ้าคะนองกลายเป็นพายุฝนฟ้าคะนอง หรือเรียกว่าพายุฤดูร้อน ซึ่งจะเกิดเฉพาะตำบลที่ในช่วงเวลาไม่นานนัก ฝนหนักสักพักก็จะผ่านเลยไป แต่ถ้าเกิดเป็นบริเวณกว้างรุนแรงและทอดเวลาออกไป ความเสียหายย่อมจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน พึงสังเกตได้จากที่มีความร้อนอบอ้าว ฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล พร้อมกับมีฟ้าร้องและฟ้าแลบเป็นเส้นแสงจากบนสู่ล่าง หรือเป็นเส้นแสงวิ่งในหมู่เมฆ มีลมเย็นเริ่มพัดมาอ่อนๆ นั่นหมายความว่าพายุฝนฟ้าคะนองกำลัง คืบคลานเข้ามาแล้วเตรียมตัวให้ดีลมแรงจะมาถึงก่อนเป็นสิ่งบอกเหตุ แล้วจะแรงขึ้นตามลำดับพร้อมกับฝนที่เทลงมาเหมือนฟ้ารั่ว แล้วลมแรงจะผ่านไปคงไว้แต่ฝนที่ตกต่อไปอีกระยะหนึ่ง อีกลักษณะหนึ่งไม่ใช่เป็นพายุฤดูร้อนแต่เป็นฝนนอกฤดูกาลอาจมีลมพัดแรงมีฝนโปรยลงมา ไม่รุนแรง ตกอยู่นานบ้างไม่นานบ้าง พอทำให้ดินเปียกที่คนโบราณเรียกว่า ฝนชะลาน - ฝนชะช่อมะม่วง และฝนไล่ช้าง เป็นต้น ฝนลักษณะนี้เกิดจากอากาศร้อนเช่นกัน แต่การยกตัวของอากาศไม่รุนแรงหรือบริเวณที่มีอากาศอุ่นแล้วมีมวลอากาศเย็นกว่าจรมากระทบก็จะทำให้เกิดฝนเช่นนี้ได้ และจะหายไป เมื่อมวลอากาศปรับตัวได้สมดุลกันแล้วและอากาศจะเย็นลงบ้าง เดือนเมษายนที่จะถึงนี้โชคดีหน่อย กรมอุตุฯบอกว่าจะมีพายุฤดูร้อนมาเยี่ยม โชคดีที่มีพื้นดิน จะได้รับน้ำพอชุ่มชื้น เป็นการกู้ชีพพืชสวนครัว พืชล้มลุก ที่กำลังเฉาใบให้พื้นชูดอกชูก้านได้ และเป็นการพยุงชีพไม้ต้นประเภทไม้สวน และพืชไร่ ให้ประทังชีวิตต่อไปจนกว่าจะย่างเข้าฤดูฝน แต่ปริมาณฝน ไม่น่าจะมากพอที่จะกักเก็บไว้ใช้บรรเทาการขาดแคลนน้ำหรือบรรเทาความแห้งแล้งได้ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์เนื่องจากภัยแล้งคงต้องทำงานหนักอยู่ต่อไป จะเอาน้ำมาจากไหน จะลำเลียงไปให้ชาวบ้านได้อย่างไร และจะพอกับความต้องการหรือไม่ โดยเฉพาะน้ำดื่มน้ำใช้ คงต้องคิดหนัก....เอาใจช่วยครับ เดือนเมษายนมีฝนมากกว่าเดือนมีนาคม ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติท่านบอกไว้ว่าอย่างนั้น แต่ยังมีพื้นที่ที่มีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติโดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบนและซีกตะวันตกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อนึ่งในเดือนพฤษภาคม แม้คาดว่าจะมีฝนใกล้เคียงค่าปกติ แต่พื้นที่ดังกล่าวก็จะยังมีฝนน้อยอยู่ต่อไป พื้นที่เสี่ยงแห้งแล้งรุนแรงภาคเหนือ 2 จังหวัด (นครสวรรค์ -อุทัยธานี) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด (ชัยภูมิ – นครราชสีมา – บุรีรัมย์ - สุรินทร์) ภาคกลาง 5 จังหวัด (สระบุรี – ลพบุรี – เพชรบุรี – ราชบุรี - ประจวบคีรีขันธ์) นอกนั้นยังมีพื้นที่เสี่ยงแห้งแล้ง ค่อนข้าง รุนแรงอีกในภาคเหนือ 6 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด ภาคกลาง 5 จังหวัด และภาคใต้อีก 5 จังหวัด และหวังว่าฤดูฝนจะเริ่มต้นภายในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤษภาคม ทั้งหมดนี้เป็นการคาดการณ์ ตามข้อมูลปัจจุบัน แต่ความไม่แน่นอนของสภาพอากาศมีตลอดเวลา โดยเฉพาะความร้อนของอากาศ การสะท้อนกลับของความร้อนจากผิวดิน ความร้อนที่ผิวน้ำทะเลและกระแสลมเย็นระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความไม่แน่นอนของสภาพอากาศ อย่างไรก็ตามกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จะติดตามคอยแจ้งให้ทราบอย่างต่อเนื่องต่อไป บทความโดย : พลเรือเอกเกาะหลัก เจริญรุกข์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษฯศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เนต 1 เมษายน 2562
1 2 3 4 5 ..
จำนวนผู้เข้าชมในหน้านี้ 8192 ครั้ง