กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์เตีอนภัยพิบัติแห่งชาติ - National Disaster Warning Center
วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 62 เวลา 09.52 น. แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 5.8 ความลึก 10 กม. บริเวณหมู่เกาะนิโคบาร์ ประเทศอินเดีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 465 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไ วันพุธที่ 16 ม.ค. 62 เวลา 01.26 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.0 ความลึก 6 กม. บริเวณประเทศลาว ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 152 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย 17.54 น. 14 ม.ค. 62 แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.7 ความลึก 5 กม. บริเวณประเทศลาว ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 230 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย 17.05 น. 14 ม.ค. 62 แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.9 ความลึก 10 กม. บริเวณประเทศลาว ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 136 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย วันพฤหัสบดีที่ 10 ม.ค. 62 เวลา 19.00 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.9 ความลึก 10 กม. บริเวณพรมแดนประเทศพม่า-จีน ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 160 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเท วันพฤหัสบดีที่ 10 ม.ค. 62 เวลา 16.08 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.0 ความลึก 10 กม. บริเวณพรมแดนประเทศพม่า-จีน ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 164 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเท วันพฤหัสบดีที่ 10 ม.ค. 62 เวลา 14.09 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 3.3 ความลึก 5 กม. บริเวณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช./ปภ. จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป 16.39 น. 9 ม.ค. 62 แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 5.1 ความลึก 10 กม. บริเวณนอกชายฝั่งตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ จ.ภูเก็ต ประมาณ 538 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ศภช./ปภ.
นายศุภภิมิตร เปาริก
ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

สถานการณ์ประจำวัน และโทรสารแจ้งเตือนภัย
รายงานการแจ้งข่าว แจ้งเตือนสาธารณภัย 18 มกราคม 2561
รายงานการแจ้งข่าว แจ้งเตือนสาธารณภัย 17 มกราคม 2561
รายงานการแจ้งข่าว แจ้งเตือนสาธารณภัย 16 มกราคม 2562
รายงานการแจ้งข่าว แจ้งเตือนสาธารณภัย 15 มกราคม 2562
รายงานการแจ้งข่าว แจ้งเตือนสาธารณภัย 14 มกราคม 2562
รายงานการแจ้งข่าว แจ้งเตือนสาธารณภัย 13 มกราคม 2562
ข่าวสาธารณภัย
วันศุกร์ที่ 18 ม.ค. 62 เวลา 20.18 น.แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 6.0 ความลึก 10 กม. บริเวณหมู่เกาะวานูอาตู ประเทศวานูอาตู ห่างจากไทย 7,800 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ศภช./ปภ.
วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 62 เวลา 09.52 น. แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 5.8 ความลึก 10 กม. บริเวณหมู่เกาะนิโคบาร์ ประเทศอินเดีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 465 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช. ปภ. จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
วันพุธที่ 16 ม.ค. 62 เวลา 01.26 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.0 ความลึก 6 กม. บริเวณประเทศลาว ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 152 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
วันพุธที่ 16 ม.ค.62 เวลา 01.06 น. แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 6.5 ความลึก 10 กม. บริเวณหมู่เกาะวานูอาตู ประเทศวานูอาตู ห่างจากไทย 7,800 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ศภช./ปภ.”
วันจันทร์ที่ 14 ม.ค. 62 เวลา 17.54 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.7 ความลึก 5 กม. บริเวณประเทศลาว ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 230 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
วันจันทร์ที่ 14 ม.ค. 62 เวลา 17.05 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.9 ความลึก 10 กม. บริเวณประเทศลาว ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 136 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
ข่าวสารและกิจกรรม
กรมป้องกันและและบรรเทาสาธารณภัย โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) ได้ดำเนินการจัดการประชุมชี้แจงเรื่องระบบแจ้งเตือนภัยสึนามิในพื้นที่ 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน ณ โรงแรมโนโวเทล โภคีธารา จังหวัดภูเก็ต
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ร่วมสนับสนุนเป็นวิทยากรบรรยายในโครงการสร้างและพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการแจ้งเตือนภัยพิบัติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒ ณ จังหวัดเชียงราย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย จัดทำโครงการสร้างและพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการแจ้งเตือนภัยพิบัติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยร่วมมือกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต ๑๑ สุราษฎร์ธานี และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติร่วมสนับสนุนเป็นวิทยากร
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกองส่งเสริมการป้องกันสาธารณภัย ได้จัดทำโครงการสร้างและพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการแจ้งเตือนภัยพิบัติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยร่วมมือกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต ๓ ปราจีนบุรี และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติร่วมสนับสนุนเป็นวิทยากร
แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ปี 2561-2562
ความหมายตามพจนานุกรมว่า “สิ่งลอยน้ำเพื่อให้สิ่งอื่นมาเกาะ หรือเพื่อพยุงสิ่งอื่นให้ลอยน้ำ” ทุ่นที่มีการกล่าวถึงและเกี่ยวข้องกับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติขณะนี้ก็คือทุ่นที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้นำไปวางไว้กลางมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งมีน้ำลึก ๓,๐๐๐ - ๓,๕๐๐ เมตร โดยยึดติดกับอุปกรณ์ที่จมอยู่กับท้องมหาสมุทรเป็นเหมือนสมอเรือที่ยึดไว้ไม่ให้ทุ่นลอยไปจากตำแหน่งที่ต้องการวาง ในขณะเดียวกันสมอยึดทุ่นนั้นก็มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับวัดแรงดันหรือแรงกระแทกของน้ำที่สูงผิดปกติในระดับลึกที่สมอนั้นวางอยู่เพื่อตรวจจับความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นใต้มหาสมุทรในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง บริเวณที่นำไปวางนั้นเป็นบริเวณแนวประชิดกันของแผ่นเปลือกโลกที่เรียกว่าแผ่นอินโดออสเตรเลียนเพลท กับแผ่นยูเรเชี่ยนเพลท เป็นแนวตั้งแต่ด้านตะวันตกของเกาะสุมาตราขึ้นไปจนถึงก้นอ่าวเบงกอล และเลยขึ้นไปบนแผ่นดิน เมื่อมีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกไม่ว่าจะเป็นลักษณะใดที่เกิดอยู่ใต้ทะเลย่อมส่งผลกระทบต่อมวลน้ำที่อยู่ ณ ที่นั้นให้เกิดแรงอัดดันต่อมวลน้ำในแนวตั้ง และแนวนอนเป็นแรงอัดที่มีพลังสูงส่งผ่านมวลน้ำต่อเนื่องกันกระจายออกไป เมื่อแรงอัดของน้ำมาถึง สมอทุ่นจะรับและวัดความแรงของกำลังอัดของน้ำส่งเป็นสัญญาณตามสายทุ่นไปยังตัวทุ่นซึ่งลอยอยู่บนผิวน้ำ แล้วตัวทุ่นจะแปลงสัญญาณนั้นส่งต่อไปยังดาวเทียมและส่งต่อไปจนถึงศูนย์เฝ้าระวังที่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งจะคำนวณค่าของสัญญาณที่ส่งมาว่าจะส่งผลทำให้เกิดคลื่นสึนามิหรือไม่ แล้วจะกระจายผลการวิเคราะห์นั้นผ่านดาวเทียมไปยังประเทศสมาชิก ประเทศไทยซึ่งเป็นสมาชิกเมื่อได้รับผลการวิเคราะห์นั้นแล้ว โดยศภช. จะประเมินสถานการณ์ว่าในกรณีที่จะเกิดสึนามิ คลื่นสึนามิจะกระจายออกไปในทิศทางใด มายังฝั่งทะเลประเทศไทยหรือไม่ หากจะเคลื่อนมายังฝั่งทะเลประเทศไทยแล้วจะมาถึงเมื่อใด มาถึงบริเวณใดก่อน ด้วยความสูงของคลื่นประมาณเท่าใด (เพื่อวิเคราะห์บริเวณที่จะได้รับผลกระทบบนฝั่ง) แล้วก็จะตัดสินใจเตือนภัยสึนามิเพื่อการป้องกันหรือการอพยพประชาชนต่อไป ทั้งหลายทั้งปวงนี้คือ ระบบทุ่นเตือนภัยสึนามิ ซึ่งเมื่อเกิดแผ่นดินไหวในทะเล หรือการเคลื่อนตัวทันทีทันใดของมวลดินจำนวนมหาศาลใต้ทะเล อันอาจทำให้เกิดคลื่นสึนามิ ด้วยพลังดันของน้ำจะทำให้เกิดแรงอัดจนมวลน้ำยกตัวขึ้นเป็นคลื่น ซึ่งยอดคลื่นไม่สูงมาก (อาจเป็นเซนติเมตร) แต่ช่วงคลื่นอาจมีความยาวเป็นร้อยๆกิโลเมตร และมวลน้ำเหล่านี้เมื่อกระเพื่อมมาถึงชายฝั่งที่มีความชันจะยกตัวสูงขึ้นโถมเข้าหาฝั่งด้วยกำลังแรง แต่หากพื้นท้องทะเลก่อนถึงฝั่งมีความลาดชันน้อย (ฝั่งทะเลตื้น) เช่นในอ่าวไทย พลังของคลื่นจะถูกหน่วงหรือชะลอลงไปตามความตื้นจนกระทั่งเกือบหมดพลัง และเมื่อถึงฝั่งคลื่นจะไม่ยกตัวเป็นคลื่นสูงได้ (น้ำตื้น-พลังหมด) ประเทศต่างๆ ที่อยู่รายรอบมหาสมุทรอินเดียหรือใกล้เคียงและคาดว่าอาจจะได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิได้ ต่างก็ช่วยกันวางระบบทุ่นเตือนไว้ในบริเวณที่เสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเล เป็นต้นว่าประเทศไทยวางไว้สองทุ่น (กลางมหาสมุทรอินเดียทุ่นหนึ่ง และระหว่างหมู่เกาะนิโคบาร์กับฝั่งทะเลอันดามันอีกทุ่นหนึ่ง) ประเทศอินเดียวางไว้ ๔ ทุ่น อินโดนีเซียเคยวางไว้ ๗ – ๘ ทุ่น (แต่ขณะนี้ไม่มีความชัดเจน) ออสเตรเลียวางไว้ในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ ๒ ทุ่น ข้อมูลจากทุ่นฯ ทั้งหมดจะถูกส่งไปประมวลและวิเคราะห์ที่ศูนย์เฝ้าระวังในระบบเดียวกันและสามารถแจ้งการเกิดสึนามิได้ในเวลาไม่นานหลังทุ่นตรวจพบสัญญาณการเกิดสึนามิ ทุ่นที่วางไว้ในมหาสมุทรจะถูกเฝ้าระวัง การทำงานว่าเป็นปกติหรือไม่ทุกวัน (เป็นไปโดยอัตโนมัติ) ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการระวังภัยแต่อย่างไรก็ตามมีกรณีที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นบ่อยๆ นั่นคือการขาดของทุ่นจากสมอยึด แล้วลอยไปตามลมและกระแสน้ำ ระบบจึงทำงานไม่ได้ คาดกันว่าเกิดจากเรือประมงขนาดใหญ่ใช้ทุ่นเป็นที่ผูกเรือชั่วคราวหรือเข้าไปใช้เครื่องมือจับปลาบริเวณทุ่น (ทุ่นมีคุณสมบัติเป็นร่มเงาให้ปลามารวมตัวกัน) แล้วทำความเสียหายแก่ทุ่น ทุ่นของประเทศไทยก็เคยเป็นเช่นนี้หลายครั้งแล้ว และก็รีบนำไปวางใหม่ การนำทุ่นไปวางแต่ละครั้งใช้เงินเป็นจำนวนมาก(หลายสิบล้านบาท) ซึ่งเป็นราคาของระบบทุ่นและค่าใช้จ่ายในการนำไปวางที่จะต้องใช้เรือที่ออกแบบมาเพื่อวางทุ่นนี้ได้ และต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการนี้อีกทั้งจะต้องรอจังหวะเวลาที่คลื่นลมในทะเลไม่เป็นอุปสรรคในการทำงาน ในปีหนึ่งๆจะมีช่วงฤดูหนาวเท่านั้น เพราะคลื่นลมในมหาสมุทรอินเดียตอนบนบรรเทาความรุนแรงลง นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ตอบคำถามว่าเมื่อทุ่นขาดลอยหรือชำรุดทำไมจึงไม่ไปวางใหม่หรือทำการแก้ไข กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีระบบทุ่นสำรองอยู่แล้ว และมีงบสำรองไว้แล้วแต่ต้องรอจังหวะที่เรือวางทุ่นว่างและรับทำงานให้เราได้ เนื่องจากเราไม่มีเรือของตัวเอง รอผู้เชี่ยวชาญว่าง และรอจังหวะคลื่นลมเอื้ออำนวย จึงดูเสมือนว่าเราไม่รับแก้ไขทั้งที่ไม่มีใครอยากจะให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น มีคำถามว่าถ้าทุ่นของเราไม่ทำงานและหากเกิดสึนามิขึ้นเราจะรู้และเตือนภัยได้อย่างไร คำตอบก็คือว่าทุ่นตรวจสึนามิในมหาสมุทรอินเดียทำงานเป็นระบบและเป็นเครือข่าย เมื่อทุ่นใดทุ่นหนึ่งไม่ทำงานทุ่นที่เหลือก็จะยังคงทำงานได้อยู่ต่อไปและสามารถเฝ้าระวังการเกิดคลื่นสึนามิให้เราได้ สำหรับประเทศไทยเมื่อทุ่นตัวหนึ่งไม่ทำงานเราก็ยังมีอีกตัวหนึ่งเฝ้าระวังอยู่ นอกจากนี้การเฝ้าระวังการเกิดสึนามิไม่ได้ใช้ระบบทุ่นแต่อย่างเดียว เราได้ใช้ระบบการวัดระดับน้ำประกอบด้วย (มีการติดตั้งอยู่ที่เกาะเมียง บริเวณหมู่เกาะสิมิลัน) หากมีการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำผิดปกติบ่งบอกการเกิดสึนามิ เราก็สามารถแจ้งเตือนได้ ในกรณีนี้จะมีเวลาประมาณ 20-30 นาทีก่อนคลื่นกระทบฝั่ง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก และตลอดเวลาที่เราเฝ้าระวังอยู่ ความเสียหายที่อาจจะเกิดแก่อุปกรณ์เครื่องมือ เรามีแนวปฏิบัติอยู่แล้ว แต่บางครั้งการแก้ไขอยู่นอกเหนือความสามารถของเรา แต่เราก็มีระบบสำรองที่พอทำงานได้ระดับหนึ่ง ภัยจากคลื่นสึนามิก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาลแก่ชีวิตและทรัพย์สิน เราไม่สามารถจะบอกได้ว่าสึนามิจะเกิดหรือไม่นอกจากแนวโน้ม แต่บอกได้เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ความพร้อม การมีสติ และการปฏิบัติที่รวดเร็วและเป็นระบบ ต่างหากที่จะช่วยบรรเทาความเสียหายและช่วยชีวิตเราได้ บทความโดย : พลเรือเอกเกาะหลัก เจริญรุกข์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษฯศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ 25 ตุลาคม 2561
ข้อมูลในพื้นที่
คลังความรู้
1/1/2562
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ประกาศเรื่อง พายุ ดีเปรสชั่น 1 ม.ค. 62
27/4/2561
ภัยแล้งเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดจากการขาดแคลนน้ำเป็นระยะเวลานานเป็นเดือนๆ หรือเป็นปี โดยทั่วไปเกิดขึ้นเมื่อพื้นที่ที่ได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอเกิดฝนตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เกิดผลกระทบอย่างมากต่อการดำรงชีวิต การเกษตร และระบบนิเวศในพื้นที่เกิดภัย
27/4/2561 รู้จักภัยจาก ดินถล่มหรือโคลนถล่ม (Land S.. คือ การเคลื่อนที่ของมวลดินและหินลงมาตามลาดเขาด้วยอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงโลก และจะมีน้ำเข้ามาเกี่ยวข้องโดยน้ำจะเป็นตัวลดแรงต้านทานในการเคลื่อนที่ของมวลดินและน้ำจะเป็นตัวที่ทำให้คุณสมบัติของดินที่เป็นของแข็งเปลี่ยนไปเป็นของไหลได้ ดินถล่มมักเกิดตามมาหลังจากน้ำป่าไหลหลาก ในขณะที่เกิดพายุฝนตกหนักรุนแรงต่อเนื่อง หรือหลังการเกิดแผ่นดินไหว และในบางครั้งอาจเกิดดินยุบตัวได้เช่นกัน
27/4/2561 รู้จักภัยจาก พายุ พายุ (Storms) หมายถึงภัยที่เกิดจากพายุลมแรง จนทำให้เกิดความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือน ต้นไม้และสิ่งก่อสร้าง สำหรับประเทศไทยวาตภัยมีสาเหตุมาจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น พายุหมุนเขตร้อน พายุฟ้าคะนอง คลื่นพายุซัดฝั่ง ฯลฯ