กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์เตีอนภัยพิบัติแห่งชาติ - National Disaster Warning Center
01.12 น. 6 ก.พ. 63 แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 6.0 ความลึก 608 กม. บริเวณเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ห่างจากชายฝั่งเกาะภูเก็ต ประมาณ 2,275 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เมื่อเวลา 06.44 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.0 ความลึก 10 กิโลเมตร ที่ ละติจูด 3.93 องศาเหนือ ลองจิจูด 97.12 องศาตะวันออก บริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ท วันอังคาร ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เมื่อเวลา 21.10 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.1 ความลึก 10 กิโลเมตร ที่ ละติจูด 19.96 องศาเหนือ ลองจิจูด 96.53 องศาตะวันออก บริเวณประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือข วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เมื่อเวลา 18.19 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.7 ความลึก 189 กิโลเมตร ที่ ละติจูด 3.06 องศาเหนือ ลองจิจูด 99.02 องศาตะวันออก บริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซ 02.10 น. 29 ม.ค. 63 แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 7.6 ความลึก 10 กม. บริเวณประเทศคิวบา ห่างจากไทย 15,770 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย 02.20 น. 25 ม.ค. 63 แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.1 ความลึก 10 กม. บริเวณประเทศพม่า ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 277 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย 00.55 น. 25 ม.ค. 63 แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 6.9 ความลึก 10 กม. บริเวณประเทศตุรกี ห่างจากประเทศไทย 6,000 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย เมื่อเวลา 16.48 น. แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 5.7 ความลึก 10 กิโลเมตร ที่ ละติจูด 20.33 องศาเหนือ ลองจิจูด 93.478 องศาตะวันออก บริเวณประเทศพม่า ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประม

คลังความรู้

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

กลุ่ม

เกาให้คัน

บทความโดย : พลเรือเอกเกาะหลัก เจริญรุกข์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษฯ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ 13 ธันวาคม 2562
เกาให้คัน
ประมาณวันที่ 21 ธันวาคม 2562 นี้ดวงอาทิตย์ก็จะโคจรอยู่บริเวณละติจูด 23.5 องศาใต้        พูดง่ายๆว่าพระอาทิตย์อ้อมใต้สุดแล้วจากนั้นก็จะค่อยๆเดินขึ้นเหนือ ทั้งนี้พอจะอนุโลมได้ว่า เราได้มาถึงช่วงกลางฤดูหนาวแล้ว ปีนี้พอจะเรียกได้ว่าเรามีฤดูหนาวได้หน่อย เพราะอุณหภูมิลงไปต่ำ 10 ทางตอนบนของประเทศ ซึ่งต่อจากนี้ไป 1 สัปดาห์ อากาศจะค่อยๆอุ่นขึ้น ถึงค่อนข้างร้อนในตอนกลางวัน ตั้งแต่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนใต้ลงไป แล้วจากนั้นคาดว่าหนาวก็จะมาใหม่ วนเวียนกันไปเช่นนี้
          สิ่งที่อยากได้ขณะนี้คือ “ฝน”ขอสักหน่อยในพื้นที่ตอนบนของประเทศ เพราะที่ผ่านมาฝนตกน้อยกว่าปกติ น้ำมีไม่พอเก็บไว้ใช้ในช่วงฤดูร้อน อาการขาดแคลนน้ำเริ่มปรากฏให้เห็นก่อนหน้านี้แล้ว และขณะนี้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ทางราชการได้ประกาศสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ 7 จังหวัด ทางภาคเหนือ 13 อำเภอ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 อำเภอ และภาคกลาง 8 อำเภอ รวม 39 อำเภอ ซึ่งได้สอบถามไปยังพื้นที่แล้วปรากฎว่า ในแต่ละอำเภอนั้น ได้มีพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องน้ำอยู่เฉพาะเป็นตำบลๆไป ไม่ได้หมายความถึงทั้งอำเภอ เมื่อได้ตรวจสอบอย่างละเอียดลงไปอีก ก็พบว่าพื้นที่ที่มีปัญหานั้น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือพื้นที่ที่มี   ลำน้ำไหลผ่านกลุ่มหนึ่ง และอีกกลุ่มหนึ่งเป็นพื้นที่ดอนไม่มีลำน้ำไหลผ่าน หรืออาจมีบ้างก็เป็นลำห้วยเล็กๆ และมีอ่างหรือบ่อกักเก็บน้ำอยู่บ้างประปราย
          กลุ่มพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับลำน้ำเริ่มมีแนวโน้มว่าจะขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร เพราะน้ำในลำน้ำ ลำห้วยมีน้อยมาก โดยเฉพาะบริเวณต้นน้ำเกือบจะแห้งขอด แต่น้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคยังไม่มีปัญหา สำหรับกลุ่มพื้นที่ดอนห่างจากลำน้ำ การขาดแคลนน้ำได้ปรากฏขึ้นแล้วบางพื้นที่ ชาวบ้านได้ปรับการทำการเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อความอยู่รอด ส่วนน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภคยังพอประทังไปได้แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะเกิดปัญหา ซึ่งได้ปรากฎพื้นที่ที่ต้องลำเลียงน้ำเข้าไปช่วยเหลือแล้วบางแห่ง เช่นพื้นที่ตำบลด้านตะวันออกของจังหวัดกาญจนบุรี เพราะเป็นที่ดอนตามเชิงเขา การจะพึ่งพาน้ำในอ่างในบ่อที่มีอยู่ก็คงจะมีขีดจำกัดเพราะย่อมใช้หมดไปเรื่อยๆและแห้งไปในที่สุด
          การที่จังหวัดได้ประกาศสถานการณ์ภัยแล้งเป็นการถูกต้องแล้ว เพราะจะได้นำเงินออกมาจัดการ หรือเตรียมการในการแก้ปัญหาดังกล่าวได้ก่อน ดีกว่าจะไปดำเนินการเมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ภัยแล้งไม่ได้เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน และมันจะค่อยๆเกิดตั้งแต่การขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร เกิดความแห้งแล้งจนเกิดผลกระทบต่อผลผลิต และเกิดภัยแล้งที่ทำความเสียหายแก่พืชพันธุ์ธัญญาหาร และไม่มีน้ำอุปโภคและบริโภค การแก้ปัญหาถ้าเริ่มคิดขณะนี้ก็เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การแก้ปัญหาอย่างถาวรต้องคิดล่วงหน้าเป็นปีและทำตามที่คิดเป็นการล่วงหน้า การที่ประกาศสถานการณ์ภัยแล้งเพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์และหน่วยงานเตรียมความพร้อมในการแก้ปัญหา ก็เห็นประกาศให้ดำเนินการอย่างนี้มาทุกปี เมื่อไหร่ถึงจะคลี่คลายปัญหานี้ไปได้ครับ
         หวนระลึกถึงสิ่งที่ล้นเกล้าล้นกระหม่อมพระผู้ทรงคุณอันประเสริฐ รัชกาลที่ 9 ได้ทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างเอาไว้คือการเข้าถึง นั้นคือมีทุกข์ที่ไหน ได้เสด็จไปในพื้นที่นั้น แล้วมีพระราชดำริแก้ปัญหาให้อย่างเป็นรูปธรรม เป็นแบบอย่างของการแก้ปัญหาจริงในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลนี้ก็มีดำริไว้เป็นแนวทางให้ข้าราชการปฏิบัติแล้วเช่นกัน แต่ในทางปฏิบัติเป็นเช่นนั้นหรือ ?
          ในประเทศจีนก็มีตัวอย่างมาแล้วในการแก้ปัญหาความยากจน เขาส่งเจ้าหน้าที่เป็นล้านๆคน ลงไปประกบกับราษฎรแทบทุกหมู่บ้านทุกครัวเรือน ตลอดเวลาเป็นเดือนเป็นปีเพื่อแนะนำช่วยเหลือการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตให้ประชาชนสามารถยืนอยู่บนขาของตัวเองได้ตามสภาวะของชุมชน และวัฒนธรรมของเขา เขาก็ประสบความสำเร็จทำให้ประชาชนหลายล้านคนพ้นจากความยากจนได้ ตัวอย่างมีให้เห็นเช่นนี้แล้ว รัฐบาลก็ย้ำอยู่ตลอดเวลาก็หวังจะได้เห็นการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในบ้านเราบ้าง เพื่อการแก้ปัญหาอย่างถาวรที่สร้างความเข้มแข็งในการประกอบอาชีพ และทางสังคมให้แก่ประชาชนของเรา
          อยากจะแจ้งข่าวเล่าเรื่องสถานการณ์ภัยแล้งสู่กันฟังแต่ปากพาไปเลย ไปจนถึงแนวคิดการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างถาวรนอกเรื่องไปหน่อย อาจจะทำให้เกิดความรำคาญบ้างก็ขออภัยครับ หวนกลับมาเรื่องภัยแล้ง เรากำลังอยู่ในช่วงของการเตรียมความพร้อมที่จะป้องกันหรือแก้ปัญหา โดยที่อย่าลือว่า “น้ำ”คือยาวิเศษในการบำบัดความแห้งแล้ง แม้ว่าเราจะมีเครื่องมืออุปกรณ์พร้อมมีบุคลากรพร้อมมีแผนงานที่สวยหรู แต่ไม่มีน้ำหรือไม่รู้ว่าจะไปเอาน้ำมาจากไหนแล้ว การปัญหาภัยแล้งจะไม่มีทางสำเร็จ เราควรตอบคำถามให้ได้ว่า เราจะไปเอาน้ำมาจากไหน นำไปส่งให้พื้นที่ขาดแคลนได้อย่างไร ก่อนที่เขาจะเดือดร้อนอย่างสาหัส ถ้าจะพูดให้เป็นวิชาการหน่อยก็คือเป็นการแก้ปัญหาทางโลจิสติกส์ นำสิ่งที่ตรงตามความต้องการ ไปส่งให้พื้นที่ที่ต้องการในเวลาที่ต้องการ นั้นคือการสนองความต้องการแก่ผู้เดือดร้อน สะกิดกันไว้ล่วงหน้าพอคันๆครับ

 บทความโดย :พลเรือเอกเกาะหลัก เจริญรุกข์
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษฯ
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
13 ธันวาคม 2562
จำนวนผู้เข้าชมในหน้านี้ 30908 ครั้ง