กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์เตีอนภัยพิบัติแห่งชาติ - National Disaster Warning Center
09.59 น. 17 พ.ย. 62 แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 3.0 ความลึก 4 กม. บริเวณ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานความรู้สึกสั่นไหว หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช. ปภ. จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป 08.28 น. 17 พ.ย. 62 แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 5.1 ความลึก 10 กม. บริเวณหมู่เกาะนิโคบาร์ ประเทศอินเดีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต 438 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช. ป 01.30 น. 15 พ.ย. 62 แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 5.2 ความลึก 132 กม. บริเวณหมู่เกาะนิโคบาร์ ประเทศอินเดีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต 411 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช. เมื่อเวลา 23.17 น. แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 7.2 ความลึก 10 กิโลเมตร บริเวณตอนเหนือของทะเลโมลุกกะ ประเทศอินโดนีเซีย ห่างจากประเทศไทย 2,700 กิโลเมตร ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช. ปภ. จ 22.24 น. 12 พ.ย. 62 แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 4.3 ความลึก 6 กม. บริเวณประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 229 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช. ปภ. จะแจ้ง 17.44 น. 8 พ.ย. 62 แผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 6.5 ความลึก 580 กม. บริเวณ Fiji Islands Region ห่างจากไทยประมาณ 9,644 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ศภช./ปภ. 05.43 น. 5 พ.ย. 62 แผ่นดินไหวทะเล ขนาด 6.3 ความลึก 10 กม. บริเวณ Tonga Islands ประเทศตองกา ห่างจากไทยประมาณ 10,000 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ศภช./ปภ. 04.53 น. 5 พ.ย. 62 แผ่นดินไหวบนบก ขนาด 6.2 ความลึก 48 กม. บริเวณ Near Coast of Central Chile ประเทศชิลี ห่างจากไทยประมาณ 17,000 กิโลเมตร ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช. ปภ. จะแจ้งให

คลังความรู้

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

กลุ่ม

"มองข้างหน้า"

บทความโดย พลเรือเอกเกาะหลัก เจริญรุกข์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ(4 ตุลาคม 2562)
"มองข้างหน้า"

มัวแต่ไปสนใจน้ำมากน้ำท่วมในลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลจนเกือบลืมไปว่าฤดูฝนกำลังจะจากไปแล้วนึกขึ้นมาได้ก็เกิดความกังวลเกี่ยวกับน้ำอีกนั่นแหละ กลัวว่าจะไม่มีน้ำ – ขาดแคลนน้ำ

เป็นธรรมดาของฤดูกาล เมื่อย่างเข้าเดือนตุลาคม ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยผ่านเส้นศูนย์สูตรลงไปสู่ซีกโลกใต้ ทิ้งความเยือกเย็นเอาไว้ทางซีกโลกเหนือ สังเกตได้ว่าบริเวณความกดอากาศสูง (H) เริ่มปรากฎตัวชัดเจนและแผ่ขยายตามดวงอาทิตย์ลงมาปะทะกับอากาศอุ่นตามแนวหย่อมความกดอากาศต่ำ (L) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีฝนตกอยู่ทั่วไปหรือที่เราเรียกกันว่าร่องฝนบ้าง ร่องมรสุมบ้าง ร่องนี้ก็จะเลื่อนตามลงไปเช่นกัน ขณะนี้ดูเหมือนว่าจะลงไปพาดผ่านตอนล่างของประเทศแล้ว เริ่มต้นฤดูฝนของภาคใต้ทิ้งให้ตอนบนของประเทศต้องคิดถึงฝน คิดถึงน้ำ

ฤดูฝนที่กำลังผ่านไปสำหรับตอนบนของประเทศ ได้ให้ฝนในพื้นที่น้อยกว่าปกติ บางพื้นที่ได้รับฝนน้อยมากจนเริ่มขาดแคลนน้ำ ตั้งแต่ฝนยังไม่ไป ห้วยละหานธารน้ำและแหล่งกักเก็บน้ำหลายแห่งมีน้ำไม่เต็มความจุ แต่ก็มีหลายๆพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม เป็นน้ำท่วมขังบ้าง เป็นน้ำเอ่อล้นตลิ่งตามลำน้ำต่าง ๆ บ้าง กรณีหลังนี้จะได้รับน้ำจากสองทางคือน้ำฝนในพื้นที่เองและน้ำที่ไหลลงมาจากต้นน้ำมาสมทบกันไม่สมดุลกับการระบายน้ำต่อเนื่องไป
 

ซึ่งเห็นได้ชัดเจนตอนปลายของน้ำชีและน้ำมูล ได้แก่พื้นที่ใน จ.ยโสธร จ.ศรีสะเกศ และจ.อุบลราชธานี จนบัดนี้ชาวนาครยังต้องทนทุกข์อยู่กับภาวะน้ำท่วมทั้ง ๆที่ภาคราชการและภาคประชาชนได้ร่วมมือกันแก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อนอยู่อย่างเต็มความสามารถ น่าเห็นใจมาก ๆ แต่อย่างไรก็ตามน้ำเขาจะไม่อยู่กับเราตลอดไป เขาจะไหลไปสู่ที่ต่ำกว่าและไหลเรื่อยต่อไปจนออกสู่ทะเล ส่วนที่ไปไม่ได้ก็จะขังอยู่ให้เราได้ใช้ และหากกักเก็บไม่ดี ให้ระวังการเกิดเน่าเสีย อันเนื่องจากสิ่งต่าง ๆ ในน้ำหมักหมมอยู่ ทำให้เราใช้ประโยชน์จากน้ำนั้นไม่ได้และอาจเป็นแหล่งที่เป็นอันตรายต่อสุขอนามัยของชุมชนใกล้เคียงรอบแหล่งน้ำอีกด้วย

ฝนจะไปแล้ว พื้นที่ที่ได้รับฝนน้อยและกักเก็บน้ำไว้ไม่ทัน อาจจะมีปัญหาซึ่งตามสถิติได้แก่ พื้นที่ในเขตจังหวัดตามภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางบางแห่ง ในอีกมุมมองหนึ่งจากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อปลายเดือนที่แล้วบอกดรรชนีความชื้นในดินระดับ 30 ซม. แสดงพื้นที่แล้งปานกลางทั่วไปตั้งแต่ภาคเหนือซีกตะวันออกลงมาถึงภาคกลางเกือบทั้งหมด และภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะเป็นพื้นที่แล้งรุนแรง (บริเวณเทือกเขาภูพานและริมแม่น้ำโขง) เมื่อน้ำฝนไม่มา น้ำท่าก็เหือดหาย ในดินในทรายก็เหือดแห้ง ถามว่าอะไรจะเกิดในพื้นที่ดังกล่าว เกษตรกรซึ่งเป็นพลเมืองกลุ่มใหญ่ในพื้นที่เหล่านั้นจะทำอย่างไร

ที่พูดเช่นนี้มิได้ต้องการให้เกิดความตื่นตระหนก แต่จะขออนุญาตเตือนให้เกิดความตระหนักว่า ฝนมาดีกว่าฝนแล้ง การเตรียมตัวเพื่อเผชิญกับความแห้งแล้งไม่สามารถจะทำได้เมื่อเกิดภัยแล้งแล้ว ต้องการการเตรียมตัวล่วงหน้าและรอบคอบ เพราะมันไม่มีน้ำแล้วจะเอาน้ำมาจากไหน หากน้ำที่กักเก็บไว้หมดก็คงต้องพึ่งน้ำใต้ดิน ซึ่งมีปริมาณมากจริง และจะนำน้ำที่เหมาะแก่การใช้งานขึ้นมาใช้ให้เพียงพอได้อย่างไร ไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้า กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้เสียแล้ว จึงขอแจ้งไปยังผู้รับผิดชอบในพื้นที่ กรุณาช่วยคิดแก้ไขไว้ล่วงหน้าด้วยเถอะครับ
 

หวนกลับมาเรื่องฝนมากกันอีกที ต่อไปนี้ฝนจะไปมากทางภาคใต้ ซึ่งอาจจะมากเสียจนเกินพอ เกิดน้ำท่วม ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือแสดงอาการแล้ว แม้ว่าพายุจากทะเลจีนใต้ยังไม่ตั้งเค้าว่าจะผ่านเข้ามาทางภาคใต้ แต่ก็ไว้ใจไม่ได้เพราะเป็นฤดูกาลของเขา เพียงแต่ลมมรสุมก็จะทำให้ฝนตกพรำ ๆ แล้วการคาดการณ์ภาวะอุทกภัยในภาคใต้จึงเป็นเรื่องที่ดี เตรียมรับมือไว้เสียแต่เนิ่น ๆ เมื่อ 2-3 วันก่อนได้อ่านสรุปการประชุมของคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำครั้งที่ 20/2562 จะใช้มาตรการเชิงรุกรับมือ รับมือกับอุทกภัยภาคใต้ โดยบอกว่ามี 12 จังหวัด

ต้องเฝ้าระวังรวมทั้งภาคตะวันออกด้วย ซึ่งจะมีการนำอุปกรณ์เครื่องช่วยเหลือไปวางตามตำบลที่ยุทธศาสตร์และปรับการบริหารน้ำในเขื่อนให้เหมาะสม ฯลฯ นับว่าเป็นเรื่องดี แต่ก็มีข้อสังเกตอยู่บ้างคือว่าให้ช่วยมองพื้นที่นอกเขตชลประทานด้วย ว่าจะจัดการหรือจะบริหารอุทกภัยกันอย่างไร ใครจะเป็นแม่งาน โดยภาพรวมการป้องกันและบรรเทาภัยคงไม่พ้นกรมฯของเรา ดังนั้นเมื่อคนอื่นเขาเริ่มตื่นตัว แล้วเราควรจะกระดุกกระดิกบ้าง โดยเฉพาะการประสานข้อมูล และกำหนดแนวทางการดำเนินงานมองให้รอบคอบ มองให้ทะลุ ภายในกรอบของอำนาจหน้าที่และภายใต้นโยบายของกระทรวงฯ ของเรา ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนะครับ

สำหรับเริ่มต้นเดือน เชื่อมต่อฝนกับหนาวขอมองเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้งเท่านี้ก่อน ส่วนเรื่องของพายุแล้วค่อยว่ากัน ขอดูท่าทีต่อไปอีกหน่อย คงไม่นานเกินรอ

บทความโดย:
พลเรือเอกเกาะหลัก เจริญรุกข์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษฯ
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
4 ตุลาคม 2562

จำนวนผู้เข้าชมในหน้านี้ 13847 ครั้ง